มารยาทที่สำคัญทางทหาร - มารยาทการแต่งกายของทหาร
มารยาทที่สำคัญทางทหาร
“ภาษาบอกเชื้อชาติ กริยาบอกสกุล วินัย และมารยาทบอกถึงจิตสำนึกในความเป็นทหาร”
๑. มารยาททางทหาร หมายถึง
“การที่ทหารจะต้องประพฤติ ปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม และประเพณีของทหาร”ผู้ที่ต้องปฏิบัติตามมารยาททางทหารมีจำนวน ๓ กลุ่ม ในบางกลุ่มอาจมีสถานะอย่างหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งสถานะก็ได้ โดยสามารถเป็นทั้งผู้บังคับบัญชา, ผู้ใต้บังคับบัญชา, ผู้ใหญ่ หรือผู้น้อย ประกอบด้วย
๑. นายทหารชั้นสัญญาบัตร
๒. นายทหารชั้นประทวน
๓. ลูกจ้างประจำ ชั่วคราว และพนักงานข้าราชการ
๒. มารยาทสำคัญที่ควรประพฤติและปฏิบัติ
ข้อบกพร่องจากการประพฤติและปฏิบัติอยู่เป็นประจำส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุหลัก อาทิ เช่น ไม่รู้เพราะไม่มีคนสอน คิดว่าถูกเลยปฏิบัติเห็นตัวอย่างที่ผิดแล้วคิดว่าถูก ไม่สนใจ หูตาไม่ไว เพิกเฉยละเลยไม่สนใจที่จะปฏิบัติเพราะใจไม่อยากเป็นทหาร รู้แต่สิทธิ แต่ไม่รู้หน้าที่
ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทุกระดับไม่ว่ากล่าวตักเตือน เพราะไม่การปฏิบัติที่ถูกต้องจริงกลัวลูกน้องจะเกลียด ธุระไม่ใช่ ขาดความใส่ใจ ที่สำคัญคือการออกคำสั่ง หรือการออกเป็นกฎ เพื่ออนุโลมให้เกิดการปฏิบัติที่ขัด ต่อแบบธรรมเนียมและประเพณีของทหารที่มีมาช้านานอยู่เนื่องนิจ ซึ่งเป็นตัวที่บ่อนทำลายระบบอย่างถาวร และสมบูรณ์แบบโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีระยะเวลาที่สิ้นสุด สรุปตัวอย่างที่สำคัญสมควรยึดถือและปฏิบัติ เช่น
มารยาทการแต่งกายของทหาร
1.เครื่องหมายหรือกระดุมที่เป็นโลหะหรือดิ้นทอง ซึ่งใช้ประกอบเครื่องแบบต้องเป็นเงาอยู่เสมอ
2.ควรแต่งกายให้ถูกต้องตามเหล่าทัพที่ตนสังกัดไม่ควรให้กระเป๋ามีฝาหางเข้มขัดยาว หัวเข้มขัดหมองหรือสึก ไม่ติดแพรแถบและป้ายชื่อ
3.เสื้อยืดตัวในควรเป็นคอแหลมสีขาวหรือสีอื่นใดก็ได้ แต่ต้องไม่ให้เห็นคอเสื้อด้านใน และไม่ให้แขน เสื้อชั้นในแลบออกมาเกินกว่าแขนเสื้อ ส่วนชุดฝึกให้สวมใส่เสื้อในสีพราง หรือสีเขียวเท่านั้นคอแหลม (เว้น ทร. ใส่เสื้อคอกลมสีขาว)
4.การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากสวมใส่ชุดคอปิดหรือเสื้อคอพับ ควรประดับ ให้แนวบนของแพรแถบอยู่ต่ำกว่าแนวรังดุมเสื้อเม็ดที่หนึ่งประมาณ ๑ ซม. ส่วนตราให้คล้องคอโดยให้แพรแถบไว้ในคอเสื้อชั้นนอก
5.ให้ข้าราชการกลาโหมประจำการ, นักเรียนทหาร, ทหารกองประจำการคนงาน หรือลูกจ้างในสังกัด กห. ติดป้ายชื่อ ที่มีพื้นป้ายสีดำมีเส้นขอบสีขาว มีตัวอักษรบรรจงสีขาวสูง ๐.๗ ซม. ติดตรงกึ่งกลางเหนือกระเป๋าบนของเสื้อด้านขวาประมาณ ๑ ซม.หรือกรณีเสื้อไม่มีกระเป๋า บนให้ติดกึ่งกลางอกเสื้อด้านขวาสูงแต่พองาม (เว้นนายทหารชั้นนายพล ไม่ต้องติดป้ายชื่อก็ได้)
6.รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น สูงไม่เกิน ๖ ซม. สำหรับทหารหญิง และไม่เกิน ๗ ซม. สำหรับทหารชาย (ต้องไม่มีริ้ว และลวดลาย)
7.เสื้อคลุมสีต้องตามเหล่าทัพ (ทบ. สีกากีแกมเขียว, ทร.และ ทอ. สีน้ำเงินดำ) ใช้สวมทับเครื่องแบบ ประดับเฉพาะ เครื่องหมายยศเท่านั้น มีอินทรธนูอ่อนบอกชั้นยศที่บ่าปักด้วยไหม หรือด้ายสีเหลือง เฉพาะนายทหารชั้นสัญญาบัตรทุกชั้นยศ และนายทหารชั้นประทวนชั้นยศจ่า นายสิบให้ใช้เครื่องหมายยศเช่นเดียวกับชุดปฏิบัติงานปกติ ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้าย กึ่งกลางระหว่างศอกกับไหล่ และพันจ่าทหารเรือให้ติดยศที่ชายคอเสื้อกันหนาว ให้มุมบั้งอยู่ด้านบน ยศจ่าให้มุมบั้งอยู่ด้านล่าง วัตถุประสงค์ใช้สวมใส่ในขณะที่มีอากาศหนาว และให้รูดซิบที่อกเสื้อกันหนาวถึงกระดุมเม็ดที่ ๒ ของเครื่องแบบที่สวมทับ (เสื้อกันหนาวอื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าว ห้ามนำมาสวมใส่ประกอบเครื่องแบบ ถือว่าผิดระเบียบของทางราชการ)
8.ทหารชายหนวด เคราต้องโกน จอนต้องกัน ผมต้องหวี เครื่องหมายและรองเท้าต้องมัน เป็นเงาอยู่เสมอ (เว้นชั้นยศ พ.ต., น.ต. สามารถไว้หนวดได้แต่ต้องตกแต่งให้เรียบร้อย)
9.ทหารชายทรงผมต้องตัดให้เรียบร้อยเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ยาวรุงรัง
10.ในขณะใส่เครื่องแบบ ห้ามทหารสะพายกระเป๋าหรือเป้ตามสมัยนิยมทุกชนิด
11.การพกพาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ใช้สีกลมกลืนกับเครื่องแบบห้ามใช้สีฉูดฉาดซองโทรศัพท์ ควรใช้สีดำ สีน้ำเงินดำ หรือ สีกลมกลืนกับเครื่องแบบ
ข้อห้ามสำหรับทหารหญิง และลูกจ้างในเวลาแต่งเครื่องแบบ เช่น
1.ห้ามมิให้แต่งหน้า ทาปาก เขียนคิ้วให้เข้มหรือสีฉูดฉาดเกินควร นอกจากใช้แป้งผัด และทาปากเพียงบางๆ เท่านั้น
2.ไม่สวมใส่ต่างหูที่มีห้อยระย้า โดยใส่ต่างหูได้เพียงรูเดียวต่อหู ๑ ข้าง ส่วนสร้อยข้อมือนั้น ไม่อนุญาตให้สวมใส่
3.สวมแหวนได้ไม่เกิน ๑ วง
4.ไม่ปล่อยผมให้ยาวประบ่า หรือปรกอินทรธนู หากไว้ผมยาวต้องขมวดปลายผม ให้เรียบร้อยไม่ใช่ขมวด หรือมัดแบบขอไปที เพราะจะทำให้ดูแต่งกายไม่เรียบร้อยสมกับเครื่องแบบที่ตนสวมใส่
5.ห้ามไว้ผมทรงม้า (ผมปรกหน้า) ผมเปีย ผมแกละ ผมทรงหางม้า หรือทรงอื่นที่ไม่สุภาพ หรือตามสมัยนิยมจนเห็นเด่นชัด
6.ห้ามใช้ครีมแต่งผมหรือสารอื่นใดให้ทรงผมมองดูแล้วเหมือนผมเปียกตามสมัยนิยม
7.หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ตกแต่งทรงผมก็ควร ใช้กิ๊บ ริบบิ้น หรือโบว์ผูกผมขนาดเล็กที่เป็นสีดำ (สีเดียวกับผม)
8.ไม่ควรใส่กระโปงสั้นเหนือเข่า (ยาวปิดเข่าพอสมควร)
9.ไม่ใส่สายสร้อยเกิน ๑ เส้น และไม่สั้นจนไม่พ้นคอเสื้อต้องใส่ให้มิดชิด
10.ไม่โกรกสีผมจนเด่นชัด หรือผิดธรรมชาติ ต้องเป็นสีดำไม่ปล่อยยาวประบ่า ต้องขมวดผมให้เรียบร้อย และไม่ดัดผม
11.กระเป๋าถือมี ๒ ชนิด ที่ใช้ได้ คือกระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่มีสายสะพาย ให้สะพายที่ไหล่ซ้ายห้อยลงมาใต้แนวเอว และกระเป๋าถือสีดำขนาดเล็ก ให้ถือด้วยมือซ้ายโดยไม่ใช้กระเป๋าถือตามแฟชั่น และต้องไม่มีลวดลาย (เว้นทหารเรือหญิงให้ใช้กระเป๋าสีขาวได้ในชุดที่รองเท้าเป็นสีขาว)
12.ห้ามใส่เครื่องแบบหากตั้งครรภ์เกิน ๓ เดือน แต่ให้ใส่ชุดคลุมท้องสีขาวหรือสีตามเหล่าทัพ
13.การสวมใส่กางเกงของทหารหญิง นิยมสวมใส่เฉพาะกรณีปฏิบัติงานภาคสนาม ที่ต้องการความคล่องตัวในการปฏิบัติงานเท่านั้น (ในเวลาปฏิบัติงานปกติไม่นิยมสวมใส่)
“ภาษาบอกเชื้อชาติ กริยาบอกสกุล วินัย และมารยาทบอกถึงจิตสำนึกในความเป็นทหาร”
๑. มารยาททางทหาร หมายถึง
“การที่ทหารจะต้องประพฤติ ปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม และประเพณีของทหาร”ผู้ที่ต้องปฏิบัติตามมารยาททางทหารมีจำนวน ๓ กลุ่ม ในบางกลุ่มอาจมีสถานะอย่างหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งสถานะก็ได้ โดยสามารถเป็นทั้งผู้บังคับบัญชา, ผู้ใต้บังคับบัญชา, ผู้ใหญ่ หรือผู้น้อย ประกอบด้วย
๑. นายทหารชั้นสัญญาบัตร
๒. นายทหารชั้นประทวน
๓. ลูกจ้างประจำ ชั่วคราว และพนักงานข้าราชการ
๒. มารยาทสำคัญที่ควรประพฤติและปฏิบัติ
ข้อบกพร่องจากการประพฤติและปฏิบัติอยู่เป็นประจำส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุหลัก อาทิ เช่น ไม่รู้เพราะไม่มีคนสอน คิดว่าถูกเลยปฏิบัติเห็นตัวอย่างที่ผิดแล้วคิดว่าถูก ไม่สนใจ หูตาไม่ไว เพิกเฉยละเลยไม่สนใจที่จะปฏิบัติเพราะใจไม่อยากเป็นทหาร รู้แต่สิทธิ แต่ไม่รู้หน้าที่
ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทุกระดับไม่ว่ากล่าวตักเตือน เพราะไม่การปฏิบัติที่ถูกต้องจริงกลัวลูกน้องจะเกลียด ธุระไม่ใช่ ขาดความใส่ใจ ที่สำคัญคือการออกคำสั่ง หรือการออกเป็นกฎ เพื่ออนุโลมให้เกิดการปฏิบัติที่ขัด ต่อแบบธรรมเนียมและประเพณีของทหารที่มีมาช้านานอยู่เนื่องนิจ ซึ่งเป็นตัวที่บ่อนทำลายระบบอย่างถาวร และสมบูรณ์แบบโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีระยะเวลาที่สิ้นสุด สรุปตัวอย่างที่สำคัญสมควรยึดถือและปฏิบัติ เช่น
มารยาทการแต่งกายของทหาร
1.เครื่องหมายหรือกระดุมที่เป็นโลหะหรือดิ้นทอง ซึ่งใช้ประกอบเครื่องแบบต้องเป็นเงาอยู่เสมอ
2.ควรแต่งกายให้ถูกต้องตามเหล่าทัพที่ตนสังกัดไม่ควรให้กระเป๋ามีฝาหางเข้มขัดยาว หัวเข้มขัดหมองหรือสึก ไม่ติดแพรแถบและป้ายชื่อ
3.เสื้อยืดตัวในควรเป็นคอแหลมสีขาวหรือสีอื่นใดก็ได้ แต่ต้องไม่ให้เห็นคอเสื้อด้านใน และไม่ให้แขน เสื้อชั้นในแลบออกมาเกินกว่าแขนเสื้อ ส่วนชุดฝึกให้สวมใส่เสื้อในสีพราง หรือสีเขียวเท่านั้นคอแหลม (เว้น ทร. ใส่เสื้อคอกลมสีขาว)
4.การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากสวมใส่ชุดคอปิดหรือเสื้อคอพับ ควรประดับ ให้แนวบนของแพรแถบอยู่ต่ำกว่าแนวรังดุมเสื้อเม็ดที่หนึ่งประมาณ ๑ ซม. ส่วนตราให้คล้องคอโดยให้แพรแถบไว้ในคอเสื้อชั้นนอก
5.ให้ข้าราชการกลาโหมประจำการ, นักเรียนทหาร, ทหารกองประจำการคนงาน หรือลูกจ้างในสังกัด กห. ติดป้ายชื่อ ที่มีพื้นป้ายสีดำมีเส้นขอบสีขาว มีตัวอักษรบรรจงสีขาวสูง ๐.๗ ซม. ติดตรงกึ่งกลางเหนือกระเป๋าบนของเสื้อด้านขวาประมาณ ๑ ซม.หรือกรณีเสื้อไม่มีกระเป๋า บนให้ติดกึ่งกลางอกเสื้อด้านขวาสูงแต่พองาม (เว้นนายทหารชั้นนายพล ไม่ต้องติดป้ายชื่อก็ได้)
6.รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น สูงไม่เกิน ๖ ซม. สำหรับทหารหญิง และไม่เกิน ๗ ซม. สำหรับทหารชาย (ต้องไม่มีริ้ว และลวดลาย)
7.เสื้อคลุมสีต้องตามเหล่าทัพ (ทบ. สีกากีแกมเขียว, ทร.และ ทอ. สีน้ำเงินดำ) ใช้สวมทับเครื่องแบบ ประดับเฉพาะ เครื่องหมายยศเท่านั้น มีอินทรธนูอ่อนบอกชั้นยศที่บ่าปักด้วยไหม หรือด้ายสีเหลือง เฉพาะนายทหารชั้นสัญญาบัตรทุกชั้นยศ และนายทหารชั้นประทวนชั้นยศจ่า นายสิบให้ใช้เครื่องหมายยศเช่นเดียวกับชุดปฏิบัติงานปกติ ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้าย กึ่งกลางระหว่างศอกกับไหล่ และพันจ่าทหารเรือให้ติดยศที่ชายคอเสื้อกันหนาว ให้มุมบั้งอยู่ด้านบน ยศจ่าให้มุมบั้งอยู่ด้านล่าง วัตถุประสงค์ใช้สวมใส่ในขณะที่มีอากาศหนาว และให้รูดซิบที่อกเสื้อกันหนาวถึงกระดุมเม็ดที่ ๒ ของเครื่องแบบที่สวมทับ (เสื้อกันหนาวอื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าว ห้ามนำมาสวมใส่ประกอบเครื่องแบบ ถือว่าผิดระเบียบของทางราชการ)
8.ทหารชายหนวด เคราต้องโกน จอนต้องกัน ผมต้องหวี เครื่องหมายและรองเท้าต้องมัน เป็นเงาอยู่เสมอ (เว้นชั้นยศ พ.ต., น.ต. สามารถไว้หนวดได้แต่ต้องตกแต่งให้เรียบร้อย)
9.ทหารชายทรงผมต้องตัดให้เรียบร้อยเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ยาวรุงรัง
10.ในขณะใส่เครื่องแบบ ห้ามทหารสะพายกระเป๋าหรือเป้ตามสมัยนิยมทุกชนิด
11.การพกพาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ใช้สีกลมกลืนกับเครื่องแบบห้ามใช้สีฉูดฉาดซองโทรศัพท์ ควรใช้สีดำ สีน้ำเงินดำ หรือ สีกลมกลืนกับเครื่องแบบ
ข้อห้ามสำหรับทหารหญิง และลูกจ้างในเวลาแต่งเครื่องแบบ เช่น
1.ห้ามมิให้แต่งหน้า ทาปาก เขียนคิ้วให้เข้มหรือสีฉูดฉาดเกินควร นอกจากใช้แป้งผัด และทาปากเพียงบางๆ เท่านั้น
2.ไม่สวมใส่ต่างหูที่มีห้อยระย้า โดยใส่ต่างหูได้เพียงรูเดียวต่อหู ๑ ข้าง ส่วนสร้อยข้อมือนั้น ไม่อนุญาตให้สวมใส่
3.สวมแหวนได้ไม่เกิน ๑ วง
4.ไม่ปล่อยผมให้ยาวประบ่า หรือปรกอินทรธนู หากไว้ผมยาวต้องขมวดปลายผม ให้เรียบร้อยไม่ใช่ขมวด หรือมัดแบบขอไปที เพราะจะทำให้ดูแต่งกายไม่เรียบร้อยสมกับเครื่องแบบที่ตนสวมใส่
5.ห้ามไว้ผมทรงม้า (ผมปรกหน้า) ผมเปีย ผมแกละ ผมทรงหางม้า หรือทรงอื่นที่ไม่สุภาพ หรือตามสมัยนิยมจนเห็นเด่นชัด
6.ห้ามใช้ครีมแต่งผมหรือสารอื่นใดให้ทรงผมมองดูแล้วเหมือนผมเปียกตามสมัยนิยม
7.หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ตกแต่งทรงผมก็ควร ใช้กิ๊บ ริบบิ้น หรือโบว์ผูกผมขนาดเล็กที่เป็นสีดำ (สีเดียวกับผม)
8.ไม่ควรใส่กระโปงสั้นเหนือเข่า (ยาวปิดเข่าพอสมควร)
9.ไม่ใส่สายสร้อยเกิน ๑ เส้น และไม่สั้นจนไม่พ้นคอเสื้อต้องใส่ให้มิดชิด
10.ไม่โกรกสีผมจนเด่นชัด หรือผิดธรรมชาติ ต้องเป็นสีดำไม่ปล่อยยาวประบ่า ต้องขมวดผมให้เรียบร้อย และไม่ดัดผม
11.กระเป๋าถือมี ๒ ชนิด ที่ใช้ได้ คือกระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่มีสายสะพาย ให้สะพายที่ไหล่ซ้ายห้อยลงมาใต้แนวเอว และกระเป๋าถือสีดำขนาดเล็ก ให้ถือด้วยมือซ้ายโดยไม่ใช้กระเป๋าถือตามแฟชั่น และต้องไม่มีลวดลาย (เว้นทหารเรือหญิงให้ใช้กระเป๋าสีขาวได้ในชุดที่รองเท้าเป็นสีขาว)
12.ห้ามใส่เครื่องแบบหากตั้งครรภ์เกิน ๓ เดือน แต่ให้ใส่ชุดคลุมท้องสีขาวหรือสีตามเหล่าทัพ
13.การสวมใส่กางเกงของทหารหญิง นิยมสวมใส่เฉพาะกรณีปฏิบัติงานภาคสนาม ที่ต้องการความคล่องตัวในการปฏิบัติงานเท่านั้น (ในเวลาปฏิบัติงานปกติไม่นิยมสวมใส่)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น